ศึกษาต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์ (Medicine) ในสหราชอาณาจักร

Medicine

หลักสูตรแพทยศาสตร์ในสหราชอาณาจักร

หลักสูตรแพทยศาสตร์ (Medicine)

เรียนต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์ในสหราชอาณาจักร

หลักสูตรด้านการแพทย์ในสหราชอาณาจักรมีการแข่งขันค่อนข้างสูงมาก ซึ่งในทุก ๆ ปี จะมีนักศึกษานานาชาติที่สมัครเข้าเรียนต่อทางด้านแพทยศาสตร์จำนวนหลายพันคน หากผลการเรียนของคุณอยู่ในเกณฑ์ที่ดีมาก และมีคุณสมบัติที่เหมาะสมกับการเข้าเรียนต่อตามที่หลักสูตรนี้ต้องการ คุณก็มีโอกาสที่จะเข้าเรียนต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์ในสหราชอาณาจักรได้ โดยผลการเรียนที่ตอบโจทย์คุณสมบัติได้แก่ ผลคะแนน A-level ระดับ AAA ในวิชาเคมีและวิชาชีววิทยา คะแนน IB 38 คะแนน หรือคะแนนสอบ IELTS 7.0 ซึ่งถือเป็นคะแนนมาตรฐานทางวิชาการของผู้เข้าศึกษาต่อในสาขาแพทยศาสตร์บัณฑิตที่สหราชอาณาจักร

การเรียนด้านการแพทย์ในสหราชอาณาจักรจะได้รับการเรียนการสอนอย่างเข้มข้น โดยจะมีการเก็บประวัติการฝึกงาน 1 ครั้งต่อสัปดาห์ เป็นเวลา 6 เดือนในโรงพยาบาล บ้านพักหรือสถานรับรองผู้ป่วย และสถานพยาบาลอื่น ๆ รวมถึงยังมีการศึกษาเพื่อทำความเข้าใจการทำงานด้านการบริการสุขภาพแห่งชาติ ซึ่งถือเป็นส่วนสำคัญในการเรียนรู้ของนักศึกษาแพทยศาสตร์

สนใจสมัครศึกษาต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์

สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อของ SI-UK ช่วยดูแลและดำเนินการสมัครเข้าศึกษาต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์ให้แก่คุณได้ด้วยบริการ Medicine Service ของเรา

มาตรฐานในการเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตร์นั้นมีความเข้มงวดเป็นอย่างยิ่ง การสอบสัมภาษณ์และการสอบตรงมีความยาก ซึ่งผู้สมัครเข้าสอบจะต้องตอบคำถามเกี่ยวกับการสร้างแรงจูงใจ ประสบการณ์การทำงานที่ผ่านมา ความสนใจส่วนบุคคล และแสดงหลักฐานยืนยันในสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมด รวมถึงประสบการณ์การทำงานที่เกี่ยวข้องอีกด้วย อีกทั้งผู้เข้าสมัครจะต้องเข้าทดสอบความถนัดทางคลินิก หรือ UKCAT

เส้นทางอาชีพหลังจบหลักสูตรแพทยศาสตร์ 

หลังจบการศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต สามารถประกอบอาชีพได้หลากหลายโดยจะมีมากกว่า 60 อาชีพ ซึ่งต้องการความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป ดังตัวอย่างต่อไปนี้

  • งานทางวิสัญญีแพทย์
  • เจ้าหน้าที่ปฏิบัติการทั่วไป
  • ยา
  • พยาธิวิทยา
  • จิตเวช
  • รังสีวิทยา
  • ศัลยศาสตร์

คุณสมบัติของผู้ที่ต้องการศึกษาต่อทางด้านการแพทย์

ระดับปริญญาตรี หากคุณต้องการศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตร์ คุณต้องสมัครเข้าเรียนในมหาวิทยาลัยทางด้านการแพทย์ โดยทั่วไป มหาวิทยาลัยจะมีการร่วมมือกับโรงพยาบาลในท้องถิ่นซึ่งเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้ฝึกฝนทางด้านการแพทย์ ส่วนการเข้าศึกษาต่อในระดับปริญญาตรีนั้น นักศึกษาจะต้องมีผลการเรียน AAA ในวิชาเคมี และวิชาชีววิทยา

สำหรับนักศึกษานานาชาติที่ต้องการศึกษาทางแพทยศาสตร์ในระดับปริญญาตรี จะต้องมีผลสอบ IELTS 7.0 และไม่ต่ำกว่า 6.5 ในทุกทักษะ ซึ่งได้แก่ การอ่าน การเขียน การพูด และการฟัง

หลักสูตร Foundation หลังจากจบการศึกษาในระดับปริญญาตรีระยะเวลา 2 ปีแล้ว นักศึกษาแพทย์จะได้ศึกษาหลักสูตรการฝึกงานพื้นฐาน ซึ่งเรียกว่า Foundation Training เป็นระยะเวลา 2 ปี ซึ่งเป็นการฝึกทางด้านการแพทย์ของนักศึกษาแพทย์ในระดับปริญญาตรี และระดับสูงกว่าปริญญาตรี รวมถึงผู้ให้บริการด้านการแพทย์อื่นๆ เมื่อจบหลักสูตรนี้แล้วนักศึกษาจะได้ฝึกงานด้านหลักสูตรแพทย์เฉพาะทาง

การฝึกอบรมพิเศษ หลังกจากจบการศึกษาระยะเวลา 4 ปี แล้ว นักศึกษาแพทย์ต้องก้าวเข้าสู่การศึกษาในสาขาเฉพาะทางซึ่งมีการแข่งขันสูง ดังนั้นต้องใช้ความพยายามเป็นอย่างหนักในการฝึกฝน โดยเป็นการฝึกในระยะเวลาไม่เกิน 7 ปี หลังจากจบหลักสูตรนี้จะได้รับ Certificate of Completion Training (CCT)

ทางเลือกอื่น ๆ หากคุณจบการศึกษารวมระยะเวลา 12 ปี ด้วยผลการเรียนืี่ดี แต่ยังขาดความเชี่ยวชาญทางด้านภาษาอังกฤษ ด้านวิทยาศาสตร์ที่จำเป็นต่อการศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี การศึกษาหลักสูตรปูพื้นฐานทางด้านการแพทย์สามารถช่วยคุณได้โดย The International Foundation in Medical และ Biomedical and Health Sciences ที่ INTO St George’s University of London ที่จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่ช่วยคุณในการก้าวเข้าสู่เส้นทางการศึกษาในสายแพทยศาสตร์ โดยหลักสูตรนี้มีระยะเวลา 1 ปี ซึ่งหากคุณมีผลการเรียน 75% และผ่านการสอบสัมภาษณ์ คุณก็จะสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร International Medicine (BSc/MBBS) ระยะเวลา 6 ปีได้ หากคุณมีผลการเรียน 65% ก็จะสามารถเข้าศึกษาต่อในหลักสูตร Biomedical Science (International) (BSc Hons) ระยะเวลา 3 ปีได้ 

UK Clinical Aptitude Test

เป็นการทดสอบทางด้านคลินิกในสหราชอาณาจักร หรือ UK Clinical Aptitude Test (UKCAT) โดยจะเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการคัดเลือกผู้เข้าศึกษาต่อมหาวิทยาลัยทางด้านแพทยศาสตร์ และทันตแพทยศาสตร์ ซึ่งเป็นการทดสอบทางออนไลน์ในด้านความรู้ความเข้าใจ ทัศนคติ การคิดวิเคราะห์ และเหตุผลเชิงตรรกะ โดยมีการทดสอบเหตุผล 4 ข้อ และการทดสอบการตัดสินตามสถานการณ์

- Verbal Reasoning

การทดสอบเหตุผลทางวาจา เป็นการทดสอบความสามารถในการคิดอย่างมีเหตุผลเกี่ยวกับข้อมูล และการหาเหตุผลสรุป โดยเนื้อหาจะมี 11 บทความ และมีคำถาม 44 ข้อ โดยจะใช้เวลา 21 นาที

- Quantitative reasoning

การทดสอบหาเหตุผลเชิงปริมาณ เป็นการประเมินความสามารถในการแก้ปัญหาด้านตัวเลขโดยมี 9 ตาราง แผนภูมิและกราฟ รวมทั้งหมด 36 คำถาม ใช้เวลา 24 นาที

- Abstract reasoning

การทดสอบหาเหตุผลเชิงอนุมาน เป็นการทดสอบความสามารถในการหาเหตุผลความสัมพันธ์ของข้อมูล รวมถึงความคิดเห็นพ้อง และความคิดแตกต่าง โดยจะมีทั้งหมด 55 คำถาม ใช้เวลา 13 นาที

- Decision Analysis

การวิเคราะห์การตัดสินใจ เป็นการประเมินความสามารถในการแก้ไขปัญหารูปในแบบต่างๆของข้อมูลเพื่อสรุปและตัดสิน อีกทั้งยังเป็นการตัดสินใจในการหาคำตอบที่เหมาะสมโดยมี 1 สถานการณ์ จำนวน 28 คำถาม (มีการคิดคำนวณพื้นฐาน) ใช้เวลา 32 นาที

- Situational Judgement

การพิจารณาสถานการณ์ เป็นการวัดและประเมินการตอบสนองของคุณต่อสถานการณ์ต่างๆ รวมไปถึงความเข้าใจเกี่ยวกับจริยธรรมทางด้านการแพทย์ โดยมีทั้งหมด 67 คำถาม 20 สถานการณ์ ใช้เวลา 27 นาที  

โดยการสอบจะมีขึ้นที่ศูนย์สอบต่างๆในสหราชอาณาจักร และยังมีข้อสอบแบบย่อย โดยข้อสอบย่อยนั้นจะเป็นข้อสอบที่มีตัวเลือกหลายๆข้อ 


ศึกษาต่อหลักสูตรแพทยศาสตร์ในสหราชอาณาจักรกับมหาวิทยาลัยไหนดี

คุณสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติม เกี่ยวกับการศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยที่ดีที่สุดในหลักสูตรแพทยศาสตร์ได้ที่ลิงก์ด้านล่าง หรือที่นี่ TOP 5 มหาวิทยาลัยทางการแพทย์ในสหราชอาณาจักร

หากคุณต้องการสมัครเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรแพทยศาสตร์ในสหราชอาณาจักร สามารถติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาต่อของ SI-UK รวมถึงเรายังมีบริการ Medicine Service ที่ช่วยเตรียมความพร้อมเกี่ยวกับการสัมภาษณ์ให้กับคุณ เพื่อการศึกษาต่อทางการแพทย์กับมหาวิทยาลัยชั้นนำในสหราชอาณาจักรอีกด้วย

  • University of Cambridge
  • Durham University
  • Study at University of Kent
  • Study at University of East Anglia
  • Study at London School of Economics
  • University of Surrey
  • Coventry University
  • Brunel University
  • Bournemouth University